โรคตาแดง (Conjunctivitis)
เกิดจากการอักเสบของเยื่อบุตาจากการติดเชื้อไวรัสซึ่งมีอยู่หลายชนิด ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อที่ชื่อว่า อะดิโนไวรัส (Adenovirus)

การติดต่อของโรค

สามารถติดต่อได้ง่ายๆ โดยการคลุกคลีใกล้ชิด หรือสัมผัสกับผู้ป่วยโรคตาแดงสาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้เกิดการติดต่อโรคตาแดง มาจากการสัมผัสน้ำตา ขี้ตาของผู้ป่วยที่ติดมากับนิ้วมือ และแพร่จากนิ้วมือมาติดที่ตาโดยตรง
-
ใช้เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดหน้า หรือสิ่งของร่วมกับผู้ป่วย
-
ฝุ่นละอองหรือน้ำสกปรกเข้าตา
-
แมลงหวี่หรือแมลงวันตอมตา
-
ไม่รักษาความสะอาดของร่างกาย โดยเฉพาะมือและใบหน้า
โรคตาแดงไม่ติดต่อทางการสบสายตา ทางอากาศหรือการรับประทานอาหารร่วมกันอาการต่างๆจะเกิดได้ภายใน 1-2 วัน

 

 

อาการและอาการแสดง
ผู้ที่ได้รับเชื้อไวรัสนี้ จะมีอาการตาแดงอย่างรวดเร็ว เคืองตาเจ็บตา น้ำตาไหล ไม่มีขี้ตา นอกจากมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนตามมาจึงจะมีขี้ตา บางรายมีต่อมน้ำเหลืองหน้าหูโตและเจ็บผู้ที่เป็นมักจะเริ่มเป็นที่ตาข้างหนึ่งก่อน ต่อมาอีก 2-3 วันก็จะลุกลามไปยังตาอีกข้างหนึ่ง ระยะเวลาของโรคนี้จะเป็นนานประมาณ 10-14 วัน

 

อาการแทรกซ้อน
ในบางรายเมื่อตาแดงดีขึ้น อาจเกิดโรคแทรกซ้อน คือ ตาดำอักเสบโดยผู้ป่วยสังเกตว่ามีอาการตามัวลง ทั้งๆ ที่อาการตาแดงดีขึ้นมากแล้ว มักเกิดขึ้นในวันที่ 7-10 หลังเริ่มเป็นตาแดง ตาดำอักเสบนี้ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องอาจเป็นอยู่นานหลายๆ เดือนกว่าจะหาย

การดูแลรักษา
เนื่องจากโรคตาแดงเกิดจากเชื้อไวรัส จึงยังไม่มีการรักษาโดยเฉพาะ ยาต้านเชื้อไวรัสต่างๆที่มีขณะนี้ใช้ไม่ได้ผลกับเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคนี้ส่วนใหญ่แพทย์จะรักษาโดย
-
การใช้ยาปฏิชีวนะหยอดตา และป้ายตาเพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียซึ่งมักจะเกิดตามมา
-
ถ้ามีอาการเจ็บตาให้รับประทานยาแก้ปวด เช่นพาราเซตามอล

 

- ถ้ามีอาการเคืองตา แพทย์จะแนะนำให้ใส่แว่นกันแดด
-
ไม่ควรปิดตาและไม่จำเป็นต้องล้างตา
นอกจากนี้ผู้ป่วยควรได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ และพักการใช้สายตาระยะเวลาการรักษานานประมาณ 2 สัปดาห์

 

การหยอดยาหยอดตา
1.
ล้างมือก่อนหยอดตาทุกครั้ง
2.
ดึงหนังตาล่างลง
3.
ตาเหลือกมองเพดาน
4.
หยอดตาตรงกลางเปลือกตาล่าง
5.
ปิดตาและกรอกตาไปมา เพื่อให้ยากระจายการหยอดครีมให้หยอดจากหัวตาบีบไปปลายตา ปิดตาและกรอกตาไปมา
6.
เช็ดยาที่ล้นออกมา
7.
ล้างมือหลังหยอดยาเสร็จ

การป้องกันโรค
โรคตาแดงเป็นโรคที่ไม่มีการรักษาโดยตรงมีการระบาดอย่างรวดเร็ว และติอต่อกันง่ายมาก การป้องกันระมัดระวังไม่ให้ติดโรคนี้ทำได้โดย
-
การแยกผู้ป่วย เช่น หยุดงาน หยุดเรียน
-
ไม่ใช้สิ่งของปะปนกับผู้อื่น
-
ไม่ใช้มือป้ายตาและขยี้ตาเพราะเชื้อโรคจะติดไปยังสิ่งของที่ผู้ป่วยหยิบจับ
-
ล้างมือบ่อยๆให้สะอาด
-
ห้ามใช้ยาหยอดตาร่วมกันในผู้ที่เป็นตาแดงในตาข้างหนึ่ง ส่วนตาอีกข้างหนึ่งไม่มีอาการ ให้หยอดตาเฉพาะข้างที่เป็นตาแดงเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องหยอดตาข้างปกติด้วยเพราะจะเป็นการนำเชื้อจากตาข้างที่เป็นไปยังตาข้างปกติ

อาการตาแดงนอกจากจะเกิดจากโรคตาแดง ซึ่งมีการระบาดกันอยู่บ่อยๆแล้วยังอาจพบได้ในโรคตาอื่นๆ อีกหลายโรค และบางโรคมีอันตรายร้ายแรงทำให้สูญเสียสายตาได้ เช่น ต้อหิน ม่านตาอักเสบ ตาดำอักเสบดังนั้นเมื่อเกิดอาการตาแดงขึ้น ควรได้รับการตรวจรักษาโดยแพทย์ไม่ควรซื้อยามาใช้เอง

Reference : โรคตาแดง
ศูนย์ข้อมูลโรคติดเชื้อและพาหะนำโรคกระทรวงสาธารณสุข
www.thaihealth.or.th
www.pharm.su.ac.th
www.baanjomyut.com

Additional information